|
เพื่อนสมาชิกหลายท่านฝากมาว่า มีเรื่องราวดีๆที่อยากแบ่งปันกัน ทางฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์เราจึงเปิดพื้นที่ให้สำหรับทุกท่านค่ะ เพื่อการแบ่งปัน และ การแลกเปลี่ยน สมาชิกท่านใดมีเรื่องราวดีๆที่อยากเล่าสู่แบ่งปันกัน เชิญส่งเนื้อหามาให้ฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์ที่ศูนย์ฯ ได้ตลอดเวลาค่ะ ส่งมาที่ โทรสาร
หรือ E-mail address : nawaporn@sahadentalcenter.com หรือคลิกที่นี่เพื่อส่งเรื่องผ่านเว็บ
เรื่องที่1
คำขอของลูกชาย
ชายหนุ่มเลิกงานและกลับเข้าบ้านช้า ด้วยความเหน็ดเหนื่อย อ่อนล้า และพบว่าลูกชาย วัย 5 ขวบ รอคุณพ่ออยู่ที่หน้าประตูบ้าน
ลูก : พ่อครับ พ่อ ผมมีคำถามถามพ่อข้อนึง
พ่อ : ว่ามาสิลูก อะไรเหรอ
ลูก : พ่อทำงานได้เงินชั่วโมงละเท่าไหร่
พ่อ : ไม่ใช่กงการอะไรของลูกนี่ ทำไมถามอย่างนี้ล่ะ พ่อตอบด้วยความโมโห
ลูก : ผมอยากรู้จริงๆ โปรดบอกผมเถอะ พ่อทำงานได้เงินชั่วโมงละเท่าไหร่ ลูกพูดร้องขอ
พ่อ : ถ้าจำเป็นจะต้องรู้ล่ะก็ พ่อได้ชั่วโมงละ 20 เหรียญ
ลูก : โอ... ลูกอุทานแล้วคอตก พูดกับพ่ออีกครั้ง พ่อครับ ผมอยากขอยืมเงิน 10 เหรียญ
พ่อ : กล่าวด้วยอารมณ์ นี่เป็นเหตุผลที่แกถามเพื่อที่จะขอเงินแล้วไปซื้อของเล่นโง่ๆ หรืออะไรที่ไม่เข้าท่าหรอกเหรอ รีบขึ้นไปนอนเลยนะ แล้วลองคิดดูว่าแกน่ะเห็นแก่ตัวมาก ฉันทำงานหนักหลายๆชั่วโมง ทุกวัน และไม่มีเวลาสำหรับเรื่องเด็กๆ ไร้สาระอย่างนี้หรอก
เด็กน้อยเงียบลง เดินไปที่ห้องแล้วปิดประตู
ชายหนุ่มนั่งลง และยังโกรธอยู่กับคำถามของลูกชาย เค้ากล้าที่จะถามคำถามนั้น เพื่อจะขอเงินได้อย่างไร หลังจากนั้นเกือบชั่วโมง อารมณ์ชายหนุ่มก็เริ่มสงบลง และเริ่มคิดถึงสิ่งที่ทำลงไปกับลูกชายตัวน้อย บางทีเขาอาจจำเป็นต้องใช้เงิน 10 เหรียญนั้นจริงๆ และลูกก็ไม่ได้ขอเงินเขาบ่อยนัก ชายหนุ่มจึงเดินขึ้นไปบนห้อง แล้วเปิดประตู
พ่อ : หลับหรือยังลูก
ลูก : ยังครับ
พ่อ : พ่อมาคิดดู เมื่อกี๊พ่ออาจทำรุนแรงกับลูกเกินไป นานแล้วนะที่พ่อไม่ได้คลุกคลีกับลูก เอ้า นี่เงิน 10 เหรียญ ที่ลูกขอ
เด็กน้อยลุกขึ้นนั่ง ขอบคุณครับพ่อ ว่าแล้วก็ล้วงลงไปใต้หมอน หยิบเงินจำนวนหนึ่งออกมาแล้วนับช้าๆ
ชายหนุ่มเห็นดังนั้นก็โกรธขึ้นอีกครั้ง ก็มีเงินแล้วนี่ แล้วมาขออีกทำไม
ลูก : เพราะผมมีไม่พอครับ แต่ตอนนี้ผมมีครบแล้ว...
พ่อครับ ตอนนี้ผมมีเงินครบ 20 เหรียญแล้ว ผมขอซื้อเวลาพ่อชั่วโมงนึง
...พรุ่งนี้พ่อกลับบ้านเร็วๆนะครับ ผมอยากกินข้าวเย็นกับพ่อ...
เรื่องที่2
ความรู้เป็นสิ่งเดียวที่ไม่มีใครเอาไปจากเราได้ ยิ่ง ให้ ยิ่งงอกเงย ยิ่ง สอน ยิ่งรู้ลึก
ทรัพย์สิน อำนาจวาสนา ล้วนเป็นความทุกข์ มีมากก็ทุกข์มาก เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นที่ต้องการของคนอื่นเช่นกัน หากได้มาเพราะความสามารถ สติปัญญา และ ความซื่อสัตย์ ก็ควรภูมิใจและใช้มันอย่างมีสติ ไม่เสียเปรียบ หรือ ได้เปรียบ แต่ยุติธรรม
ความยุติธรรมของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน และ ไม่เท่ากัน มันขึ้นอยู่กับนิสัย สิ่งแวดล้อม การศึกษา และ กาลเทศะ
อย่าสำคัญผิดคิดว่าตนเองเป็นมาตรฐานที่หรูเลิศ คนฉลาดคือคนที่ปรับตัวเองให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้โดยไม่เสียจุดยืน มันเป็นศิลปะชนิดหนึ่ง ซึ่งต้องฝึกฝนให้เชี่ยวชาญ จึงจะทำได้ และทำได้ดี
กรกฎาคม 2542
เรื่องที่3
ความสำเร็จที่ได้มาจากการเอาเปรียบผู้อื่นนั้น ไม่ใช่ความสำเร็จที่แท้จริง ไม่เหมือนกับความสำเร็จที่ได้จากความรู้ ความสามารถ ความบากบั่น อดทน มานะพยายามของเราเอง
ถ้าหลานสามารถถ่ายทอดความรัก ความอบอุ่นที่หลานได้ รับนี้ เป็นความรัก ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ โอบอ้อมอารีกับคนอื่นๆ หลานก็จะได้รับความสุขในการให้ที่ยิ่งใหญ่ กว่าความสุขจากการรับ และ จะหล่อหลอมให้หลานของตา เติบโตขึ้นอย่างเป็นคนที่มีคุณค่า เป็นคนดีของสังคม
คุณโพธิพงษ์ ล่ำซำ
เรื่องที่4
ไม่พอเลยที่เพียงมีชีวิต
ไม่พอเลยที่จะเพียงพูดว่า
ฉันหาเงินเลี้ยงครอบครัวได้ ฉันทำงานดี ฉันเป็นพ่อที่ดี เป็นสามีที่ดี และ ไปโบสถ์สม่ำเสมอ
ที่ว่ามาทุกอย่างก็ดีมาก แต่เราต้องทำอะไรบางอย่างมากกว่านั้น
คนทุกคนต้องแสวงหาวิถีของตนเอง เพื่อตระหนักถึงคุณค่าที่แท้จริงที่มีอยู่ในตนเอง
.............ให้เวลาแก่คนอื่นบ้าง ช่วยคนที่ต้องการความช่วยเหลือ
แม้เรื่องเล็กๆน้อยๆ ทำดีด้วยใจกุศล
โดยไม่หวังผลตอบแทน
ระลึกไว้เสมอว่า ... เราไม่ได้อยู่ในโลกที่เป็นของเราคนเดียว
พี่น้องทั้งหลาย ก็อยู่บนโลกใบนี้กับเราด้วยเช่นกัน
เรื่องที่5
เมื่อเราปลูกมะนาว เราปรารถนาให้มันเติบใหญ่และสวยงาม แต่แม้มันจะไม่เติบใหญ่ และ สวยงาม เราก็ไม่โทษต้นมะนาว แต่เราจะเฝ้าสังเกตและหาสาเหตุ ที่ต้นมะนาวไม่เติบโตตามที่ปรารถนา บางทีเราอาจจะดูแลไม่ดีพอ เรารู้ว่ามันเป็นเรื่องตลก หากเราไปโทษต้นมะนาว
แต่สำหรับคนด้วยกัน เรามักจะกล่าวโทษเสมอ เราควรระลึกอยู่เสมอ การกล่าวโทษช่วยอะไรไม่ได้ มีเพียงความรัก และ ความเข้าใจเท่านั้น ที่จะช่วยให้คนเปลี่ยนแปลงได้
ด้วยปัญญา และ ความรัก
แปล : รสนา โตสิตระกูล
เรื่องที่6
ความสามารถของพ่อ แม่ หรือพี่น้องรอบๆตัวเด็กคนหนึ่ง จะมีผลต่อความเป็นตัวเขาอยู่แล้ว แม้ไม่มีการลงมือผลักดัน เด็กย่อมจะรู้สึกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับคนอื่นๆแล้ว ราคาค่างวดในตัวเขาไม่แพงอย่างของคนอื่น เพราะฉะนั้นจึงมองไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง เพราะถูกค่าของคนอื่นบดบังรัศมี ความคาดหวังสูงๆของพ่อแม่ ก็มีส่วนทำให้เขารู้สึกว่า เป้าหมายนั้นห่างไกลตัวเกินไป
เรื่องที่7
ในความสัมพันธ์ที่แท้ ระหว่างบุคคลต่อบุคคล เรามีภาระ เรากลัวความรับผิดชอบที่ต้องให้ ทุกวันนี้เราอยากได้โดยไม่เสียอะไร เพราะเราไปรู้สึกว่าการให้คือทุกข์ เราไม่รู้ว่าให้แล้วจะได้สุขกลับมา ถ้าเราจริงใจกับตัวเราเอง เปิดใจรับรู้ทุกข์สุขของคนอื่น เอื้อเฟื้อต่อคนในครอบครัว เพื่อนในที่ทำงาน ในชุมชน เริ่มให้จากคนใกล้ๆตัวก่อน และหัดให้สังคม ก็จะพบว่าความสัมพันธ์ที่แท้ ไม่ใช่เรื่องยาก และเกิดความสุข ความปรารถนา ที่จะเป็นผู้ให้มากขึ้น
วัดป่ามหาวัน แก้งคร้อ ชัยภูมิ
เรื่องที่8
ความท้าทาย
คนญี่ปุ่นชอบเนื้อปลาสด แต่ทะเลหรือแหล่งน้ำแถบญี่ปุ่นนั้นไม่มีปลาชุกชุมมานานหลายทศวรรษแล้ว
ดังนั้นเรือประมงทั้งหลาย จึงมีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อให้สามารถหาปลาได้เพียงพอต่อการบริโภค ชาวประมงออกไปหาปลาในน่านน้ำที่ไกลออกไป ยิ่งออกจากฝั่งไปไกล ก็ยิ่งใช้เวลานานเวลานำปลากลับมา ถ้านานเกินไปปลาจะไม่สด ซึ่งคนญี่ปุ่นไม่ชอบรสชาติแบบนั้น บริษัทประมงจึงทำตู้แช่แข็งเอาไว้บนเรือ ทำให้ชาวประมงสามารถออกไปหาปลาได้ไกลฝั่งมากขึ้น แต่คนญี่ปุ่นก็สามารถแยกความแตกต่างในรสชาติของเนื้อปลาสดกับเนื้อปลาแช่แข็งได้อยู่ดี ปลาแช่แข็งจึงมีราคาถูก
เมื่อเป็นเช่นนั้นบริษัทประมงจึงติดตั้งแทงค์น้ำที่เอาปลาที่จับได้ใส่ลงไป แต่พอถูกเหวี่ยงไปเหวี่ยงมา และต้องโคลงเคลงอยู่ในแทงค์เป็นเวลานาน ปลาก็ไม่ยอมว่าย มันอ่อนล้า และ เซื่องซึมลง แม้จะยังคงมีชีวิตอยู่ก็ตาม โชคไม่ดีที่คนญี่ปุ่นยังสามารถแยกความแตกต่างของรสชาติในเนื้อปลาได้อยู่เหมือนเดิม ปลาเหล่านั้นไม่ได้ให้รสชาติของความสดใหม่เสียแล้ว เพราะว่ามันไม่ได้ว่ายมาหลายวัน คนญี่ปุ่นชอบรสชาติของปลาใหม่ๆ มากกว่าปลาเฉื่อยๆแบบนั้น บริษัทประมงญี่ปุ่นแก้ปัญหานี้อย่างไร? พวกเขาจะจับปลาที่ให้รสชาติของความสดใหม่กลับประเทศอย่างไร?
ในช่วงต้นยุค 50 นั้น ชายที่ชื่อ แอล รอน ฮับบาร์ด ได้ตั้งข้อสังเกตว่า น่าแปลกจริงๆ ที่คนมักประสบความสำเร็จและเจริญรุ่งเรืองเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ท้าทายเท่านั้น ข้อดีของความท้าทาย ยิ่งเป็นคนฉลาด ไม่ย่อท้อ และมีความสามารถ ก็ยิ่งสนุกกับปัญหา หากความท้าทายมีไม่มาก หรือ น้อยจนเกินไป และยิ่งคุณเอาชนะความท้าทายเหล่านั้น มาได้โดยตลอดแล้ว คุณจะรู้สึกเป็นสุข พอคิดถึงเรื่องท้าทายต่างๆ แล้วก็จะรู้สึกมีพบลังขึ้นมาทันที ตื่นเต้นที่จะลองวิธีแก้ปัญหาใหม่ๆ แล้วก็รู้สึกสนุก มันเป็นสัญญานที่บอกว่าคุณยังมีชีวิตอยู่
จะทำให้ปลาญี่ปุ่นคงความสดไว้ได้อย่างไร? การเก็บรักษาปลาให้สดนั้น บริษัทประมงญี่ปุ่นใส่ปลาไว้ในแทงค์ แล้วก็ใส่ปลาฉลามลงไปในแต่ละแทงค์ด้วย ปลาฉลามอาจกินกลาไปนิดหน่อย แต่มันทำให้บรรดาปลาส่วนใหญ่มีชีวิตชีวามากขึ้น .....ปลาก็ผจญกับเรื่องท้าทาย
ข้อแนะนำ จงกระโดดเข้าหาความท้าทายต่างๆ แทนที่จะคอยแต่หลีกหนี เอาชนะมันให้ได้....สนุกกับเกม....ถ้าความท้าทายนั้นมันยิ่งใหญ่ หรือ มากมายจนเกินไป อย่าเพิ่งยอมแพ้ซะล่ะ ความล้มเหลวอาจทำให้เหนื่อยล้า แต่ก็ช่วยปรับปรุงตัวของคุณเอง จงค้นหาความตั้งใจ ความรู้ และความช่วยเหลือให้มากขึ้น
หากไปถึงเป้าหมายแล้ว ตอนนั้นความกระหายอยากได้ในสิ่งต่างๆของคุณอาจหมดไป ไม่ต้องทำงานหนัก ทั้งยังมีเวลาเหลือพักผ่อนเหลือเฟือ คุณกำลังเผชิญปัญหาเดียวกันกับคนถูกล็อตเตอรี่ที่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยไปเรื่อยๆ หรือ ทายาทมหาเศรษฐีที่ไม่รู้จักโต ให้ลองตั้งเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้นไปอีก เมื่อตอบสนองความต้องการเป้าหมายของตัวเอง และ ของครอบครัวแล้ว ให้ขยับไปหาเป้าหมายของกลุ่ม ของสังคม ของมนุษยชาติต่อไป อย่าสร้างความสำเร็จแล้วหยุดอยู่แค่นั้น คุณมีทั้งทรัพยากร ทักษะ ความสามารถต่างๆที่จะทำในสิ่งที่แตกต่าง ..........เอาปลาฉลามมาปล่อยไว้ในแทงค์ของคุณบ้าง ดูซิว่าคุณจะไปได้ไกลแค่ไหน....
เรื่องที่9
ต้นแอปเปิลกับเด็กน้อย
นานมาแล้วมีต้นแอปเปิลใหญ่อยู่ต้นหนึ่ง และก็มีเด็กผู้ชายตัวเล็กๆคนนึงชอบเข้ามาอยู่ใกล้ๆ และเล่นรอบๆต้นไม้นี้ทุกๆวัน เขาปีนขึ้นไปบนยอดของต้นไม้ และก็กินผลแอปเปิล และก็นอนหลับไปภายใต้ร่มเงาของต้นแอปเปิล เขารักต้นไม้และต้นไม้ก็รักเขา
เวลาผ่านไป เด็กน้อยโตขึ้นและเขาไม่มาวิ่งเล่นรอบๆต้นไม้ทุกวันอีกแล้ว วันหนึ่งเด็กน้อยกลับมาหาต้นไม้ เด็กน้อยดูเศร้า
มาหาฉันและมาเล่นกับฉันเหรอ ต้นไม้ถาม
ฉันไม่ใช่เด็กเล็กๆ แล้วนะ ฉันไม่อยากเล่นรอบๆต้นไม้อีกแล้ว ฉันต้องการของเล่น ฉันอยากได้เงินไปซื้อของเล่น เด็กน้อยตอบ 
แต่ฉันไม่มีเงินจะให้..เก็บลูกแอปเปิลของฉันไปขายสิ เพื่อเอาเงินไปซื้อของเล่น ต้นไม้ตอบ เด็กน้อยตื่นเต้นมาก เขาเก็บลูกแอปเปิลไปหมด และจากไปอย่างมีความสุข.......
หลังจากเขาเก็บแอปเปิลไปหมดแล้ว เขาไม่กลับมาหาต้นไม้อีกเลย ต้นไม้ดูเศร้า.......วันหนึ่ง เด็กน้อยกลับมา เขาดูโตขึ้น ต้นไม่รู้สึกตื่นเต้นมาก
มาหาฉันและมาเล่นกับฉันเหรอ ต้นไม้ถาม
ฉันไม่มีเวลามาเล่นหรอก ฉันมีครอบครัวแล้ว ฉันต้องทำงานเพื่อครอบครัวของฉันเอง เราต้องการบ้าน ช่วยฉันได้ไหม
แต่ฉันไม่มีบ้าน........ ตัดกิ่งก้านของฉันไปสิ....เอาไปสร้างบ้าน
ดังนั้น เด็กน้อยตัดกิ่งก้านทั้งหมดของต้นไม้ไป และจากไปอย่างมีความสุข อีกครั้งที่ต้นไม้ถูกทิ้งให้เดียวดายและเศร้า........
วันหนึ่งในฤดูร้อน เด็กน้อยกลับมาต้นไม้ดีใจมาก
มาหาฉันและมาเล่นกับฉันเหรอ ต้นไม้ถาม
เปล่า ฉันรู้สึกผิดหวังกับชีวิต และเริ่มแก่ขึ้น ฉันอยากแล่นเรือไปพักผ่อนไกลๆ ให้เรือฉัน ได้ไหม
ใช้ลำต้นของฉันได้ เอาไปสร้างเรือ เพื่อหนูจะได้แล่นเรือไปและมีความสุข ต้นไม้ตอบ
ดังนั้นเด็กน้อยตัดลำต้นของต้นไม้ไปสร้างเรือ เขาล่องเรือไปและไม่เคยกลับมาอีกเลย
หลายปีผ่านไป ในที่สุดเด็กน้อยกลับมา
ฉันเสียใจเด็กน้อย ฉันไม่เหลืออะไรจะให้อีกแล้ว ไม่มีผลแอปเปิลให้........
ฉันไม่มีฟันจะกินแล้ว
ฉันไม่มีลำต้นให้ปีนอีกแล้ว 
ฉันปีนไม่ไหวแล้ว ฉันแก่แล้ว เด็กน้อยตอบ
ฉันไม่มีอะไรเหลือให้อีกแล้ว สิ่งเดียวที่เหลือ มีเพียงรากที่กำลังจะตาย...
ตอนนี้ฉันไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว แค่อยากได้ที่พักพิง ฉันเหนื่อยมาหลายปีแล้ว
รากของต้นไม้แก่ๆจะเป็นที่พักพิงของหนูได้....มาสินั่งลงข้างๆฉัน....หลับให้สบาย
เด็กน้อยนั่งลงข้างๆ ต้นไม้ดีใจ ยิ้ม...และ น้ำตาไหล.......
นี่เป็นเรื่องสำหรับทุกๆคน ต้นไม้ในเรื่องคือ พ่อ แม่ เมื่อเราเป็นเด็กตัวเล็กๆ เรารักที่จะเล่นกับพ่อและแม่....เมื่อเราโตขึ้น เราทอดทิ้งพ่อและแม่ และกลับมาหาท่านเมื่อเราต้องการบางสิ่งบางอย่าง หรือ เมื่อเรามีปัญหา ไม่ว่าอย่างไร พ่อและแม่ของเราก็จะอยู่และให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านทำได้ หวังเพียงเรามีความสุข คุณอาจจะคิดว่า เด็กน้อย ในเรื่องโหดร้าย แต่นั่นคือความจริงที่สะท้อนให้เห็นว่าพวกเราทำกับท่านอย่างไร
...........แล้วต้นไม้ของคุณล่ะ....เด็กน้อย.....????
|